[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by CAISTUDIO.INFO >>คลังสื่อ CAI

สมุดเซ็นเยี่ยม  
ฟรี ภาพประกอบสื่อการสอน  
รวม Link ดาวน์โหลดน่าสนใจ  
เว็บเพื่อนบ้าน  
คู่มือส่วนของสมาชิก  
คู่มือใช้งานกระดานถาม-ตอบ  
สำหรับสมาชิก Login เข้าระบบ
   
ชื่อผู้ใช้ :
 
รหัสผ่าน :
 
  ล็อคอินแบบถาวร
 
 
   
 
<< มิถุนายน 2560 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

Admin ผู้ดูแลระบบ

5 สมาชิกล่าสุดจาก 39294 ท่าน
คุณ : falo
คุณ : kanuengnij
คุณ : somjai kum
คุณ : Goddy
คุณ : kibkodo

  สำนักเทคโนโลยีเพื่อ
การเรียนการสอน
  ดูเว็บดีดอทคอม
  สารานุกรมสำหรับเยาวชน
  OฺBEC LMS
  Pil Obec
  E-BOOK
  สหวิชาดอทคอม
  Skoool.th
  ภาษาไทย ภาษาทอง
  ศูนย์รวมสื่อ
  ห้องเรียนทันข่าว
 

นวัตกรรมทางการศึกษา

 

WBI เรื่องอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น

 

เว็บไซต์เครือข่ายสังคม
ออนไลน์ ครูอภิวัฒน์

 

บทเรียนออนไลน์
ครูอัมพร

 

เครือข่ายการเรียนคณิตศาสตร์
ครูเกรียงไกร มาตรมูล

 

พัฒนาศักยภาพด้านคณิตศาสตร์
ครูเเสถียร วิเชียรสาร

Social Media : อ.จิรพงษ์
Blog : Kruji.wordpress.com Facebook Youtube Twitter Flickr
Scribd Slideshare SkyDrive Google Doc Google Analytics
Hotmail Gmail Smeducation

  << กระดานถาม ตอบ / Webboard >>
มะเร็งผิวหนังคืออะไร?
โดย : นพ. ธีรพร สุทธิตันตยาภรณ์   เมื่อวันที่ : ศุกร์ ที่ 19 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560   


มะเร็งผิวหนังคืออะไร?

 
 www.honestdocs.co/what-is-skin-cancer
 
www.honestdocs.co/

มะเร็งผิวหนังส่วนมากมักสามารถป้องกันได้

มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งผิวหนังชนิด melanoma ซึ่งเป็นชนิดที่รุนแรงที่สุดนั้นเกิดจากการได้รับรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตจากพระอาทิตย์ เตียงอาบแดดเพื่อผิวแทน หรือโคมไฟแสงอาทิตย์ รังสีเอกซเรย์เป็นรูปแบบหนึ่งของรังสีซึ่งสามารถผ่านผิวหนังและเปลี่ยนเซลล์ของผิวหนังได้ รังสีเอกซ์มี 3 ชนิด UVA, UVB และ UVC โดยรังสี UVA นั้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังได้มากที่สุด

ความชุก

American Cancer Society (ACS) ได้กล่าวว่ามีชาวอเมริกันประมาณ 76,690 คนหรือคิดเป็น 60% ของทั้งหมดที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิด melanoma ในปี 2013 และมีอีก 5880 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด non-pithelial เช่น sarcoma ACS ได้กล่าวว่ามีชาวอเมริกันเกือบ 12,000 คนที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งผิวหนังชนิด melanomas และ non-epithelial  ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมกับมะเร็งผิวหนังชนิด basal cell และ squamous cell carcinomas ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังที่พบได้บ่อยอีก 2 ชนิด

ชนิดของมะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนังมีหลายชนิด ประกอบด้วย

Melanoma : เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นภายในผิวหนัง โดยมะเร็งชนิดนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้กับส่วนใดก็ได้ของร่างกายที่มีเซลล์ที่เรียกว่า melanocyte เช่นในทางเดินอาหาร ตา ต่อมน้ำเหลือง และเยื่อหุ้มสมอง

Basal cell carcinoma (BCC) : เป็นมะเร็งผิวหนังที่ได้รับการวินิจฉัยบ่อยที่สุดโดยมะเร็งชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นในส่วนของร่างกายที่โดนแสงแดดเป็นประจำ เช่นที่หน้าและมือ มะเร็งชนิดนี้มักไม่ค่อยแพร่กระจายและสามารถรักษาให้หายได้เนื่องจากเป็นมะเร็งที่มีการโตช้า รูปแบบที่พบบ่อยของมะเร็งชนิดนี้คือการตรวจพบ nodular basal cell carcinoma ซึ่งเป็นแผลที่มีสีน้ำตาล ดำ หรือน้ำเงิน

Squamous cell carcinoma (SCC) : มะเร็งชนิดนี้เกิดได้ในตำแหน่งของร่างกายที่ได้รับแสงแดดมากกว่าที่อื่นเช่นบริเวณใบหน้า ริมฝีปากและที่หลัง ลักษณะของแผลนั้นเป็นได้ทั้งแผลหยาบ เป็นสะเก็ด นูนเป็นก้อนหรือเรียบก็ได้ และมักจะเกิดเลือดออกได้ง่าย มะร็งชนิดนี้มีการแพร่กระจายได้มากกว่ามะเร็งชนิด BCC

Merkel cell carcinoma (MCC) : มะเร็งชนิดนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าเป็นมะเร็งทางระบบประสาทต่อมไร้ท่อ และจัดเป็นมะเร็งผิวหนังที่พบได้น้อย รูปแบบของแผลที่พบอาจเป็นแผลสด หรือแผลแดงปนคล้ำซึ่งสามารถพบได้ที่ใบหน้า คอ และศีรษะ

Kaposi sarcoma (KS) : แผลของมะเร็งชนิดนี้จะเจริญใต้ผิวหนัง โดยอยู่ในเยื่อบุของปาก จมูก และคอหอยหรือในอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เร็วๆ นี้ได้มีการค้นพบว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HIV อย่างไรก็ตามก็ยังมีอีกหลายสาเหตุเช่นการติดเชื้อชนิดอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ลักษณะของแผลที่พบในโรคนี้จะเป็นสีแดงหรือม่วง ซึ่งเกิดขึ้นจากเซลล์มะเร็งและเซลล์ของเม็ดเลือด แผลนี้อาจจะเจ็บได้

Epidermoid cysts : โรคนี้ไม่ใช่มะเร็ง โดยโรคนี้มักจะเริ่มจากการเป็นก้อนขนาดเล็กภายใต้ผิวหนัง และมักพบที่บริเวณใบหน้า ลำคอ และตามลำตัว ในขณะที่ Sebaceous cyst นั้นพบได้น้อยกว่า โดยเป็นถุงไขมันที่เกิดจากต่อม sebaceous ที่ทำหน้าที่หลั่งสารไขมันที่ทำหน้าที่หล่อลื่นเส้นผมและผิวหนัง

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงนั้นขึ้นกับชนิดของโรคมะเร็งผิวหนัง อย่างไรก็ตามปัจจัยต่อไปนี้จะเพิ่มความเสี่ยงของคุณในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

  • ผิวหนังสีอ่อนตามธรรมชาติ
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง
  • สัมผัสแสงแดดมาก
  • ทำให้ผิวมีสีแทนภายในร่ม
  • มีประวัติเป็นผิวหนังอักเสบจากการโดนแดด โดยเฉพาะในช่วงเด็ก
  • ผิวหนังอักเสบ แตก หรือแดงง่าย หรือเกิดอาการเจ็บเมื่อโดนแดด
  • มีตาสีฟ้าหรือสีเขียว
  • ผมสีบลอนด์หรือสีแดง
  • เป็นไฝบางชนิด

หากคุณเป็นคนที่มักจะมีการอักเสบของผิวหนังหลังโดนแดดและไม่เคยมีผิวสีคล้ำขึ้นเลยหลังจากที่โดนแดด หรือผิวหนังแสบร้อนได้ง่าย แสดงว่าคุณมีความเสี่ยงสูงขึ้นในการเป็นมะเร็งผิวหนัง ซึ่งการมีผิวสีแทนนั้นไม่ได้หมายความว่ามีสุขภาพที่ดี แต่ตรงกันข้าม มันเป็นสัญญาณที่บอกว่าเซลล์ของผิวหนังได้ถูกรังสี UV และเซลล์เหล่านั้นตอบสนองต่อการทำลายดังกล่าวด้วยการสร้างเม็ดสีที่เพิ่มมากขึ้น



เข้าชม : 390




 

Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :

CAISTUDIO.INFO คลังสื่อ CAI
  <a href="http://www.caistudio.info" target="_blank" ><img src="http://www.caistudio.info/images/banner/link_caistudio.gif" alt="CAISTUDIO.INFO คลังสื่อ CAI" border="0"></a>
 

ต้องการติด Banner เพื่อ Link มายังเว็บของเรา
คัดลอก Code ด้านซ้ายมือ ไปวางที่เว็บของท่าน
ต้องการ Banner แบบอื่น คลิกที่นี่

  Powered by : PHP | Mysql | MAXSITE 1.10 | Design by : JP_Graphic [E-mail : webmaster@caistudio.info]